Connect with us

AirPods

เปรียบเทียบ Beats Studio Buds กับ AirPods Pro และ AirPods ตัวไหนน่าใช้กว่ากัน?

Apple เปิดตัวหูฟังรุ่นใหม่อย่าง Beats Studio Buds โดยมันมาพร้อมกับฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวนแบบ ANC, Transparency Mode, รองรับ Hey Siri และอื่นๆในราคาเพียงแค่ 5,500 บาท

Apple เปิดตัวหูฟัง In-Ear รุ่นใหม่ภายใต้แบรนด์ Beats อย่าง Beats Studio Buds โดยมันมาพร้อมกับฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวนแบบ ANC, Transparency Mode, รองรับ Hey Siri และอื่นๆในราคาเพียงแค่ 5,500 บาท

โดยในบทความนี้เราจะมาเทียบกันว่าระหว่าง Beats Studio Buds, AirPods Pro และ AirPods มีอะไรแตกต่างกันบ้าง

ดีไซน์

Beats Studio Buds เป็นหูฟังไร้สายชนิด In-Ear แบบไม่มีก้านเหมือนอย่าง AirPods และ AirPods Pro โดยมันมาพร้อมกับจุกหูฟังให้เปลี่ยน 3 ขนาดเพื่อให้สามารถที่จะเข้ากับหูของทุกคนได้พอดี

สำหรับเคสของ Beats Studio Buds นั้นจะมีดีไซน์แบบวงรี ซึ่งมันจะมีขนาดที่ใหญ่กว่า AirPods Pro อยู่นิดหน่อย โดยมันมีความสูงที่ 5.1cm ยาว 7.2cm ลึก 2.55cm

ในส่วนของการควบคุมนั้น Beats Studio Buds จะมีปุ่มกดอยู่ที่ตัวหูฟังทั้ง 2 ข้างเพื่อใช้ในการควบคุมต่างๆ เช่น หยุดหรือเล่นเพลงเป็นต้น เมื่อเทียบกับระบบแตะบน AirPods และบีบบน AirPods Pro

Beats Studio Buds มีสีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ ดำ ขาว และแดง ซึ่งต่างจาก AirPods และ AirPods Pro ที่มีเพียงสีขาวเท่านั้น

การเชื่อมต่อ

Beats Studio Pro รองรับการใช้งานทั้ง iOS และ Android โดยแค่เปิดฝามันก็จะมี Pop-Up เด้งขึ้นมาให้เชื่อมต่อง่ายๆได้เลย นอกจากนี้บน Android ยังมีแอปให้ดาวน์โหลดเพื่อที่จะดูแบตเตอรี่, เปิด/ปิดโหมดตัดเสียงรบกวน และอัปเดต แต่อย่างไรก็ตามตัวแอปไม่รองรับการปรับแต่ง EQ

ในส่วนของ AirPods และ AirPods Pro นั้นจริงๆแล้วก็สามารถเชื่อมต่อกับ Android ได้แต่มันกลับไม่สะดวกเท่าไหร่นัก รวมถึงเมื่อใช้งานมันกับ Android แล้วยังทำให้ไม่สามารถดูแบตเตอรี่, ปรับแต่ง และใช้งานฟีเจอร์บางอย่างได้

ฟีเจอร์และการใช้งาน

เนื่องจากว่า Beats Studio Pro ไม่ได้ใช้งานชิป H1 เหมือนอย่าง AirPods Pro และ AirPods ทำให้มันขาดฟีเจอร์บางอย่างไป

โดย Beats Studio Pro มาพร้อมกับระบบตัดเสียงรบกวนแบบ Active Noise Cancellation และโหมด Transparency ที่ให้เราสามารถได้ยินเสียงภายนอกได้ สามารถทนน้ำได้ระดับ IPX4 รวมถึงยังรองรับการใช้งาน Find My บน iOS และ Find My Device บน Android ด้วย แต่มันกลับไม่มีฟีเจอร์หยุดเล่นอัตโนมัติเมื่อถอดออกและสลับการใช้งานอุปกรณ์ของ Apple ให้อัตโนมัติด้วย

ในส่วนของ AirPods Pro นั้นก็มีระบบตัดเสียงรบกวนแบบ Active Noise Cancellation และโหมด Transparency เช่นกัน ทนน้ำระดับ IPX4 ได้เหมือนกัน พร้อมทั้งยังมีฟีเจอร์หยุดเล่นเพลงอัตโนมัติเมื่อถอดและสลับการใช้งานอุปกรณ์ของ Apple ให้อัตโนมัติด้วย อย่างไรก็ตามฟีเจอร์และการใช้งานบางอย่างกลับใช้ไม่ได้เมื่อใช้บน Android

สำหรับ AirPods นั้นมีฟีเจอร์ที่เหมือนกับ AirPods Pro เลย เพียงแต่ไม่มีระบบตัดเสียงรบกวนแบบ Active Noise Cancellation และโหมด Transparency เท่านั้น

แบตเตอรี่

Beats Studio Pro สามารถใช้งานได้สูงสุดที่ 5 ชั่วโมงหากเปิดโหมด Active Noise Cancellation หรือโหมด Transparency, ใช้งานได้สูงสุด 8 ชั่วโมงหากปิดโหมดดังกล่าว และใช้งานได้สูงสุด 24 ชั่วโมงรวมการชาร์จจากเคส

AirPods Pro สามารถใช้งานได้สูงสุดที่ 4.5 ชั่วโมงหากเปิดโหมด Active Noise Cancellation หรือโหมด Transparency, ใช้งานได้สูงสุด 5 ชั่วโมงหากปิดโหมดดังกล่าว และใช้งานได้สูงสุด 24 ชั่วโมงรวมการชาร์จจากเคส

AirPods Pro สามารถใช้งานได้สูงสุดที่ 5 ชั่วโมง และใช้งานได้สูงสุด 24 ชั่วโมงรวมการชาร์จจากเคส

ทั้ง 3 รุ่นยังมาพร้อมกับระบบชาร์จเร็ว โดยหากแบตตัวหูฟังหมด เพียงแค่ชาร์จกับเคสเวลา 15 นาที ก็จะสามารถนำมาใช้งานต่อได้อีก 3 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตามระบบชาร์จของ Beats Studio Pro นั้นจะชาร์จได้เพียงแค่ USB-C เท่านั้น โดยมันไม่รองรับการชาร์จไร้สายเหมือนอย่าง AirPods Pro

ตารางเปรียบเทียบ Beats Studio Pro, AirPods Pro และ AirPods

Beats Studio Buds AirPods Pro AirPods
ชนิด In-Ear In-Ear EarBud
สี แดง, ดำ, ขาว ขาว ขาว
ขนาด 5.1cm x 7.2cm x 2.55cm 4.52cm x 6.06cm x 2.17cm 5.35cm x 4.43cm x 2.13cm
การเชื่อมต่อแบบ One-Touch iOS และ Android iOS iOS
ระบบตัดเสียงรบกวน รองรับ รองรับ ไม่รองรับ
โหมดฟังเสียงจากภายนอก (Transparency Mode) รองรับ รองรับ ไม่รองรับ
หยุดเล่นเพลงอัตโนมัติเมื่อถอด ไม่รองรับ รองรับ รองรับ
แบตเตอรี่ สูงสุด 8 ชั่วโมง และ 24 ชั่วโมงเมื่อรวมเคส สูงสุด 5 ชั่วโมง และ 24 ชั่วโมงเมื่อรวมเคส สูงสุด 5 ชั่วโมง และ 24 ชั่วโมงเมื่อรวมเคส
ราคา 5,500 บาท 8,992 บาท 5,684 บาท และ 7,151 บาทพร้อมเคสชาร์จไร้สาย

สรุป

หากคุณไม่ได้สนใจว่าเพลงจะต้องหยุดเมื่อถอดออกจากหูและไม่ได้สนใจว่าเมื่อวาง iPhone แล้วจับ iPad ตัวหูฟังจะต้องเชื่อมต่อให้อัตโนมัติแล้วละก็ Beats Studio Buds ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดี เนื่องจากมันมีฟีเจอร์ที่เหมือนกับ AirPods Pro แทบทุกอย่างในราคาที่ถูกกว่าแม้กระทั้ง AirPods ธรรมดา

รวมถึงหากคุณเป็นผู้ใช้งาน Android แน่นอนว่ายังไงก็ต้องเลือก Beats Studio Buds อยู่แล้วเนื่องจากมันรองรับการใช้งาน Android อย่างเต็มประสิทธิภาพ

นอกจากนี้หากคุณเป็นคนที่ชอบฟังเพลงยาวๆโดยที่ไม่ต้องชาร์จบ่อยๆ Beats Studio Buds ก็ดูจะตอบโจทย์มากกว่าเนื่องจากมันฟังเพลงต่อเนื่องได้สูงสุดถึง 8 ชั่วโมง

แต่หากคุณเป็นสายเลือด Apple พันธ์ุแท้ที่อยากใช้งานฟีเจอร์ทั้งหมดที่เกิดมาเพื่ออุปกรณ์ของ Apple โดยเฉพาะเราก็แนะนำให้คุณเลือก AirPods หรือ AirPods Pro หากว่าต้องการระบบตัดเสียงรบกวน

Click to comment
To Top