Connect with us

iOS

ย้อนอดีต iOS แต่ละรุ่นมีอะไรใหม่บ้าง? ก่อนที่ iOS 15 จะเปิดตัว

โดยก่อนที่เราจะได้รู้ว่า iOS 15 ที่ Apple เตรียมเปิดตัวนั้นจะมีฟีเจอร์อะไรใหม่ๆบ้าง เราจะพาทุกคนมาย้อนอดีตดูกันว่าใน iOS แต่ละรุ่นตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงปัจจุบันนั้นมีฟีเจอร์อะไรถูกเพิ่มเข้ามาบ้างในแต่ละรุ่น

ในวันที่ 7 มิถุนายนที่จะถึงนี้จะเป็นวันที่ Apple จัดงาน WWDC ซึ่งเป็นงานเปิดตัวระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ของ Apple ซึ่งในงานจะมีการเปิดตัว iOS 15 ด้วย

โดยก่อนที่เราจะได้รู้ว่า iOS 15 ที่ Apple เตรียมเปิดตัวนั้นจะมีฟีเจอร์อะไรใหม่ๆบ้าง เราจะพาทุกคนมาย้อนอดีตดูกันว่าใน iOS แต่ละรุ่นตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงปัจจุบันนั้นมีฟีเจอร์อะไรถูกเพิ่มเข้ามาบ้างในแต่ละรุ่น

iPhone OS 1

ในปี 2007 ซึ่งเป็นปีที่ Apple เปิดตัว iPhone รุ่นแรกที่มาพร้อมกับ iPhone OS 1 โดยในความเป็นจริงแล้ว Apple ไม่ได้เรียกชื่อระบบปฏิบัติการบน iPhone นี้ว่า iPhone OS หรือ iOS เลยด้วยซ้ำ ซึ่ง Apple บอกแค่เพียงว่ามันมีพื้นฐานมาจาก Mac OS X, โดยมันมาถูกเรียกว่า iPhone OS 1 ก็หลังจากการมาของ iPhone OS 2 แล้ว

โดย iPhone OS 1 นั้นมี UI ที่ใช้งานง่ายมากเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนในยุคนั้น โดยมันมีไอคอนที่เข้าใจง่ายที่ต่อให้ผู้ที่ไม่เคยใช้งานมาก่อนก็จะรู้ได้เลยทันทีว่ามันไว้ใช้ทำอะไร

สำหรับฟีเจอร์ที่สำคัญสำหรับ iPhone OS 1 เลยก็คือการที่ Apple ใส่แอป iPod เข้าไปด้วย ซึ่งนั่นหมายความว่าเมื่อผู้ใช้งานซื้อ iPhone แล้วก็จะได้รับประสบการณ์ใช้งานที่ยกมาจาก iPod ไปด้วยโดยไม่จำเป็นต้องไปซื้อเครื่องเล่น mp3 แยกอีกต่อไป

นอกจากนี้มันยังมาพร้อมกับแอปปฏิทิน, สภาพอากาศ, Safari, Google Maps, Mail, YouTube และอื่นๆอีกมากมายเหมือนกับสมาร์ทโฟนในสมัยนั้น

iPhone OS 2

สำหรับ iPhone OS 2 เรียกได้ว่ามันเป็นระบบปฏิบัติการเปลี่ยนโลกเลยก็ว่าได้ เนื่องจากมันมาพร้อมกับ App Store, โดยมันเป็นการอนุญาตให้นักพัฒนาภายนอกสามารถสร้างแอปให้กับ iPhone ได้ในระดับที่สมาร์ทโฟนอื่นๆในสมัยนั้นไม่สามารถทำได้

iPhone OS 2 ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์อื่นๆอีกเช่น การอนุญาตให้บันทึกรูปลงในแอปรูปภาพได้, เครื่องคิดเลขวิทยาศาสตร์, การแจ้งเตือนอีเมลแบบ Real-time และ iTunes Store

นอกจากนี้ iPhone OS 2 ยังถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของยุค Jailbreak อีกด้วย เนื่องจากเมื่อผู้ใช้งานได้ลองใช้งานไปสักพักแล้วก็จะพบกับข้อจำกัดต่างๆของ iPhone OS ที่ Apple จำกัดไว้

โดยการ Jailbreak จะเป็นการปลดล็อคข้อจำกัดต่างๆนี้ให้ผู้ใช้งานสามารถเพิ่มฟีเจอร์ต่างๆที่ iPhone OS ยังไม่มีในขณะนั้นอย่าง Cut, Copy และ Paste อีกด้วย

iPhone OS 3

ใน iPhone OS 3 ส่วนใหญ่จะเป็นการเพิ่มฟีเจอร์ที่ช่วยให้ประสบการณ์การใช้งาน iPhone ให้ดียิ่งขึ้นมากกว่าเช่น การเพิ่ม Spotlight Search, in-app purchase และ Cut, Copy, Paste ที่เครื่อง Jailbreak สามารถทำได้ก่อนแล้ว

รวมถึงใน iPhone OS 3 ยังมีการเพิ่มฟีเจอร์ที่มีประโยชน์อย่าง Find My iPhone เข้ามาด้วย ซึ่งมันเป็นรากฐานที่สำคัญที่ทำให้ Apple สามารถต่อยอดออกมาเป็นอุปกรณ์ติดตามสิ่งของอย่าง AirTag ได้ในปัจจุบัน

iOS 4

ในปี 2010 Apple ได้ทำการเปลี่ยนชื่อจาก iPhone OS เป็น iOS เนื่องจากมันไม่ได้ถูกใช้ใน iPhone อย่างเดียวแล้ว แต่ยังรวมถึงใน iPad ด้วย

สำหรับ iOS 4 นั้นฟีเจอร์ที่นับว่าเป็นฟีเจอร์ที่เปลี่ยนโลกอีกครั้งหนึ่งเลยก็คือ Facetime, โดยมันทำให้ผู้ใช้งานสามารถโทรหากันแบบเห็นหน้าได้ฟรีๆผ่านระบบ Wi-Fi ซึ่งถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่ในสมัยนั้น

นอกจากนี้ iOS 4 ยังมาพร้อมกับ App Switcher ที่เรียกได้ว่าเป็น Multi-Tasking ขนาดย่อมๆที่ให้เราสามารถเปลี่ยนการใช้งานแอปไปมาได้โดยที่แอปนั้นๆไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นการทำงานใหม่

รวมถึงมันยังมาพร้อมกับการรวมแอปไว้ในโฟลเดอร์, Game Center และฟีเจอร์ที่หลายๆคนรอคอยบน iOS คือความสามารถในการเปลี่ยนภาพพื้นหลังได้นั่นเอง

iOS 5

iOS 5 นับว่าเป็นความก้าวหน้าอีกครั้งหนึ่งของแพลตฟอร์ม iOS เลยก็ว่าได้ โดยมันสามารถทำให้ iPhone ไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับ Mac หรือ PC อีกต่อไป

ก่อนหน้านี้หากเราต้องการจะโหลดเพลงหรือถ่ายโอนไฟล์ต่างๆลง iPhone ก็จำเป็นจะต้องเชื่อมต่อกับ Mac หรือ PC ผ่านสาย แต่ใน iOS 5 สามารถเชื่อมต่อได้เลยหากอยู่ในวง Wi-Fi เดียวกัน

รวมถึงมันยังเป็นครั้งแรกที่ผู้ใช้งาน iOS สามารถอัปเดต iOS ได้ง่ายๆผ่านระบบ OTA (Over The Air) เมื่อเทียบกับเมื่อก่อนที่ต้องอัปเดตผ่าน Mac หรือ PC เท่านั้นแม้จะเป็นเพียงการอัปเดตความปลอดภัยเล็กๆน้อยๆก็ตาม

iOS 5 ยังมาพร้อมกับ Notification Center ที่เป็นศูนย์รวมของการแจ้งเตือน, iMessage ที่อนุญาตให้ผู้ใช้งาน iPhone สามารถส่งข้อความหากันได้ฟรี และ iCloud ที่เป็นบริการฝากไฟล์และสำรองข้อมูลบน Cloud

นอกจากนี้ iOS 5 ยังมาพร้อมกับ Siri อีกด้วย เพียงแต่มันใช้ได้แค่ใน iPhone 4S เท่านั้น

iOS 6

สำหรับ iOS 6 นั้นเรียกได้ว่ามีเสียงบ่นจากผู้ใช้งานพอสมควรเลยแม้ว่าจะมีการปรับปรุง Siri, เพิ่มโหมดถ่ายภาพ Panorama และแอป Passbook ก็ได้กลายมาเป็นแอป Wallet ในปัจจุบัน

โดยเสียงบ่นนั้นก็มาจากการที่ Apple ได้เอาแอป YouTube ออก รวมถึงแทนที่แอป Google Map ด้วย Apple Maps

Apple Maps ในตอนแรกนั้นเรียกได้ว่าเป็นหายนะเลยก็ว่าได้เมื่อเทียบกับ Google Maps, โดยมันเรนเดอร์ภาพได้ช้าและมีความละเอียดน้อยกว่าเมื่อเทียบกับ Google Maps

ซึ่งในตอนนั้น Tim Cook ถึงกับต้องออกจดหมายขอโทษอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับ Apple Maps และแนะนำให้ผู้ใช้งานไปดาวน์โหลดแอปแผนที่จากผู้พัฒนาคนอื่นๆใน App Store มาใช้กันก่อนเลยทีเดียว

iOS 7

iOS 7 เป็นการเปลี่ยนแปลงดีไซน์ครั้งใหญ่ของ iOS จากการได้ Jony Ive เข้ามาดูแลการดีไซน์หลังจากที่ Scott Forstall ลาออกจาก Apple ไป

โดย iOS 7 มีการเปลี่ยนมาใช้ดีไซน์แบบเรียบง่ายและมีสีสันมากขึ้น ซึ่งมันเรียบง่ายขนาดที่มามีผู้ใช้งานสามารถลองสร้างไอคอนของ iOS 7 ได้โดยใช้เพียงแค่ Microsoft Word เท่านั้น

นอกจากดีไซน์ที่ถูกเปลี่ยนไปแล้วมันยังมาพร้อมกับ Control Center ที่สามารถเปิดปิด Wi-Fi, Bluetooth ได้โดยไม่ต้องเข้าแอปตั้งค่า, AirDrop ที่ทำให้การส่งไฟล์ระหว่างอุปกรณ์ iOS เป็นเรื่องง่าย และ CarPlay ที่ช่วยให้หน้าจอรถยนต์สามารถใช้งานฟังก์ชั่นจาก iPhone บางส่วนได้

ก่อนหน้า1 of 2

Click to comment
To Top