Connect with us

iOS

iOS vs Android: ระบบไหนปลอดภัยมากกว่ากันในปี 2021

Android และ iOS เป็น 2 ระบบปฏิบัติการที่แทบจะเรียกได้ว่าผูกขาดตลาดไปแล้ว โดยเมื่อผู้ใช้มีความต้องการที่จะซื้อมือถือใหม่ก็จะเป็นการเลือกระหว่าง Android กับ iOS (อนาคตอาจมี HamonyOS) ซึ่งสำหรับคนที่สนใจด้านความปลอดภัยเป็นพิเศษบทความนี้จะเป็นการเปรียบเทียบความปลอดภัยระหว่าง iOS และ Android

Android และ iOS เป็น 2 ระบบปฏิบัติการที่แทบจะเรียกได้ว่าผูกขาดตลาดไปแล้ว โดยเมื่อผู้ใช้มีความต้องการที่จะซื้อมือถือใหม่ก็จะเป็นการเลือกระหว่าง Android กับ iOS (อนาคตอาจมี HamonyOS) ซึ่งสำหรับคนที่สนใจด้านความปลอดภัยเป็นพิเศษบทความนี้จะเป็นการเปรียบเทียบความปลอดภัยระหว่าง iOS และ Android ในปัจจุบันกัน

ความปลอดภัยของ App Store และ Play Store

Apple มีการตรวจสอบแอปอย่างเข้มงวดก่อนที่จะอนุญาติให้นักพัฒนาสามารถวางขายแอปใน App Store ได้ ซึ่งนั่นเป็นการทำให้แอปบน App Store อาจจะมีไม่เยอะเท่า Play Store แต่ก็เป็นการลดจำนวนมัลแวร์ได้มีประสิทธิภาพอย่างมาก

แต่สำหรับ Play Store นั้น ไม่ได้มีการตรวจสอบแอปที่เข้มงวดมากนักรวมถึงเป็นระบบเปิด ซึ่งข้อดีคือทำให้มีแอปเลือกให้ใช้งานมากกว่าของทางฝั่ง iOS แต่ก็ต้องแรกมาด้วยความปลอดภัยที่ลดลง เนื่องจากผู้พัฒนาแอปสามารถแฝงมัลแวร์ขึ้นมาบน Play Store ได้ เช่นหลายๆครั้งที่ผ่านมามีรายงานออกมาว่าแอปที่มียอดดาวน์โหลดมากกว่าล้านครั้งหลายๆแอปแอบมีมัลแวร์แฝงเข้ามาด้วย และนอกจากนี้ Android นั้น ยังสามารถติดตั้งแอปโดยไม่ผ่าน Play Store ได้ จึงทำให้เมื่อเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าไฟล์ .apk ที่เราได้มานั้นปลอดภัยหรือป่าว

ผู้ชนะ : iOS

การออกแบบของ Software และ Hardware

Apple มีการออกแบบทั้ง Hardware และ Software เอง ทำให้ Apple สามารถควบคุมทุกขั้นตอนได้เองทั้งหมด โดยถึงแม้ว่าระบบ iOS จะดูมีข้อจำกัดมากกว่าเมื่อเทียบกับทางฝั่ง Android แต่การที่ Apple ทำเองทั้ง Software และ Hardware นั้น มันทำให้การจัดการแก้ไขและปรับปรุงช่องโหว่ที่พบได้ดีกว่านั่นเอง

สำหรับ Android นั้นเป็นระบบเปิดและ Google ก็อนุญาติให้แบรนด์ต่างๆสามารถนำเอา Android ไปใช้งานได้ ซึ่งเราก็จะเห็นได้ว่าบางแบรนด์มีการทำงานที่เข้ากันได้ดีมากระหว่าง Hardware และ Software และบางแบรนด์ที่ดูแล้วทำงานเข้ากันได้ไม่ดี จึงเลยทำให้มีช่องโหว่โผล่มาให้เห็นอยู่บ้าง

ผู้ชนะ : iOS

การอัปเดตเพื่อแก้ไขช่องโหว่

อย่างที่กล่าวไปในหัวข้อที่แล้วว่า Apple เป็นคนควบคุมทั้ง Hardware และ Software เองทั้งหมด นั่นจึงเป็นการง่ายที่ Apple จะปล่อยอัปเดตความปลอดภัยให้กับอุปกรณ์ทุกตัวที่เปิดใช้งานอยู่เมื่อพบช่องโหว่ ซึ่งโดยปกติแล้ว Apple จะมีการสนับสนุน iPhone ให้สามารถอัปเดตได้มากถึง 5 ปีเลยทีเดียว นอกจากนี้เมื่อค้นพบช่องโหว่ที่ร้ายแรงมากๆ Apple ยังมีการปล่อยอัปเดตเพื่อแก้ไขความปลอดภัยสำหรับอุปกรณ์ที่อัปเดตเป็น iOS รุ่นใหม่ไม่ได้อีกด้วย

สำหรับ Android นั้น จริงอยู่ที่ Google มีการปล่อยอัปเดตความปลอดภัยออกมาตลอด และก็เป็นประจำทุกเดือนด้วย แต่ปัญหาของ Android นั่นคือว่าผู้ผลิตที่นำเอาระบบปฏิบัติการ Android ไปใช้นั้น ไม่ได้นำไปเอาอัปเดตความปลอดภัยของ Google มาปล่อยอัปเดตให้กับผู้ใช้งานต่อ เนื่องด้วยว่าหลายๆแบรนด์ มีมือถือที่วางจำหน่ายหลายรุ่นจึงทำให้การทดสอบความเข้ากันได้ของอัปเดตใหม่ในทุกๆรุ่นนั้นดูจะเป็นต้นทุนที่สูง

ผู้ชนะ : iOS

Source Code

iOS เป็นระบบปิดจึงทำให้ซอร์สโค้ดของระบบปฏิบัติการอยู่ที่ Apple และไม่มีการเปิดเผยออกมา นั้นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้แฮกเกอร์หาช่องโหว่ที่มีอยู่ในโค้ดยากมาก ในขณะที่ Android เป็นระบบเปิดและมีซอร์สโค้ดให้เข้าไปดูได้ จึงเป็นการง่ายกว่าที่แฮกเกอร์จะพบช่องโหว่ของ Android

แต่อย่างไรก็ตามการที่ Android เป็นระบบเปิดและมีซอร์สโค้ดให้ดูก็เป็นข้อดีเช่นกัน โดยนั่นทำให้ทุกๆคนสามารถเข้าไปตรวจสอบและช่วยกันหาช่องโหว่ที่มีอยู่ของ Android ได้ รวมถึง Google ก็มีทีมตรวจสอบอีกด้วยเช่นกัน ในส่วนของ iOS ที่เป็นระบบปิดนั้น จำเป็นจะต้องพึ่งทีมตรวจสอบในการค้นหาช่องโหว่ต่างๆจากทาง Apple เอง

ผู้ชนะ : iOS และ Android

ความนิยมของอุปกรณ์

เป็นเรื่องปกติที่แฮกเกอร์จะมุ่งหวังโจมตีอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมมากกว่าอยู่แล้ว และสำหรับ Android และ iOS นั้นก็เป็นแบบนั้นเช่นกัน

Android ได้รับความนิยมมากว่า iOS อย่างมาก เนื่องจากผู้ผลิตสามารถนำ Android ไปใช้ได้และ Android นั้นก็มีทุกระดับราคาจึงทำให้มันได้รับความนิยมมากกว่า และความนิยมนี้ก็ทำให้แฮกเกอร์เลือกที่จะโจมตี Android มากกว่า iOS เพราะว่ามีโอกาสที่จะเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งานมีมากกว่านั้นเอง

ผู้ชนะ : iOS

สรุป

จริงอยู่ว่าการที่ Android ได้รับความนิยมมากกว่า iOS, หาช่องโหว่ได้ง่ายกว่า และการออกอัปเดตความปลอดภัยที่ไม่สม่ำเสมอ จะทำให้ Android เป็นที่หมายมองของแฮกเกอร์มากกว่า iOS แต่อย่าลืมว่า Android ก็มีข้อดีเรื่องความยืดหยุ่นในการใช้งานมากกว่า iOS รวมถึงถ้าเราเลือกที่จะดาวน์โหลดแอปผ่าน Play Store อย่างเดียวก็จะเป็นการช่วยลดการโดมโจมตีจาก มัลแวร์ไปได้มากเลยทีเดียว

นอกจากนี้นาย David Kleidermacher หัวหน้าฝ่ายความปลอดภัยของ Android เชื่อว่าระบบปฏิบัติการ Android นั้นมีความปลอดภัยเทียบเท่ากับ iOS แล้วนั้นเอง แต่สิ่งที่เป็นปัญหาสำหรับ Android นั้น น่าจะมาจากการที่ผู้ผลิตต่างๆไม่ได้ออกอัปเดตความปลอดภัยใหักับผู้ใช้มากกว่า

ที่มา – NordVPN

Click to comment
guest
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments
To Top