Connect with us

AirTag

12 สิ่งที่ควรทราบเกี่ยวกับ AirTag ก่อนซื้อ

โดยหลายคนอาจจะทราบแล้วว่า AirTag สามารถที่จะนำไปใส่หรือห้อยไว้กับสิ่งของต่างๆเพื่อใช้ในการติดตามได้ แต่ AirTag นั้นก็ยังมีรายละเอียดอื่นๆที่ Apple ไม่ได้บอกในงานเปิดตัวด้วยเช่นกัน โดยจะเป็นอะไรบ้างสามารถติดตามกันได้เลย

AirTag อุปกรณ์เสริมขนาดเล็กที่นำไว้ใช้ติดตามสิ่งของเปิดตัวเมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมาในราคาเพียง 990 บาท และเปิดให้สั่งซื้อกันแล้วในตอนนี้สำหรับประเทศไทย

โดยหลายคนอาจจะทราบแล้วว่า AirTag สามารถที่จะนำไปใส่หรือห้อยไว้กับสิ่งของต่างๆเพื่อใช้ในการติดตามได้ แต่ AirTag นั้นก็ยังมีรายละเอียดอื่นๆที่ Apple ไม่ได้บอกในงานเปิดตัวด้วยเช่นกัน โดยจะเป็นอะไรบ้างสามารถติดตามกันได้เลย

1. ใช้ถ่านกระดุม

Airtag มาพร้อมกับแบตเตอรี่แบบถอดเปลี่ยนได้โดยใช้ถ่านกระดุม (CR2032) ซึ่ง Apple ระบุว่าสามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 1 ปีเลยทีเดียว

สำหรับการทดสอบอายุการใช้งาน AirTag นั้น, Apple ทำโดยการให้ AirTag เล่นเสียงวันละ 4 ครั้งต่อวันและใช้ฟีเจอร์ “ตำแหน่งที่ตั้งจริง” 1 ครั้งต่อวันจึงทำให้ได้มาซึ่งระยะเวลาการใช้งาน 1 ปีก่อนที่จะต้องเปลี่ยนถ่านใหม่ โดยทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งานของแต่ละคนด้วยว่าจะทำให้อายุการใช้งานยาวขึ้นหรือสั้นลง

นอกจากนี้ไม่ต้องกังวลว่า AirTag จะแบตหมดไปโดยที่เราไม่รู้ตัวเพราะ iPhone จะแจ้งเตือนเราให้ทราบเมื่อแบตกำลังจะหมดลง และเรายังหาซื้อถ่านกระดุมได้ง่ายๆตามร้านสะดวกซื้อทั่วไปได้อีกด้วย

2. ทนน้ำแต่ไม่กันน้ำ

Apple บอกไว้ว่า AirTag มาพร้อมกับคุณสมบัติกันน้ำที่ระดับ IP67 โดยมันสามารถทนต่อน้ำที่กระเด็นใส่, ละอองน้ำ, ฝุ่น และลงไปในน้ำได้ที่ความลึกไม่เกิน 1 เมตรในเวลา 30 นาที

อย่างไรก็ตามแม้ว่า AirTag จะทนต่อน้ำแต่มันก็ไม่สามารถกันน้ำได้อย่างเช่นการที่ AirTag ตกลงไปในแม่น้ำลึกๆเป็นเวลานานๆ ก็อาจจะทำให้มันพังได้ก่อนจะเก็บกู้มันขึ้นมาได้

3. AirTag จะส่งเสียงเมื่อไม่ได้อยู่กับเจ้าของ 3 วัน

AirTag มาพร้อมกับฟีเจอร์ความเป็นส่วนตัวเพื่อป้องกันการติดตาม โดยมันจะมีการส่งเสียงขึ้นเมื่อมันไม่ได้อยู่กับเจ้าของเป็นเวลา 3 วันหากว่ามันกำลังเคลื่อนที่อยู่

คาดว่าระยะเวลา 3 วันนี้, Apple ได้มีการทดสอบมาแล้วว่ามันอยู่ในจุดที่สมดุลระหว่างประโยชน์และความปลอดภัย โดยในอนาคตอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงระยะเวลาได้ผ่านการอัปเดต

4. AirTag ใช้หา iPhone ไม่ได้

AirTag ออกแบบมาให้ทำงานได้ทางเดียวเท่านั้นโดยเราสามารถใช้ iPhone ค้นหา AirTag ได้แต่ไม่สามารถใช้ AirTag เพื่อทำให้ iPhone ส่งเสียงได้เหมือนอย่างที่ Apple Watch ทำได้

5. ทุกคนสามารถตามหาเจ้าของ AirTag ได้

AirTag มาพร้อมกับเทคโนโลยี NFC เพื่อใช้สำหรับดูข้อมูลของเจ้าของเมื่อ AirTag อยู่ในโหมดสูญหาย

โดยไม่ว่าจะใช้ระบบปฏิบัติการ iOS หรือ Android เพียงแค่สมาร์ทโฟนมี NFC ก็สามารถที่จะนำมือถือไปแตะที่ AirTag ที่อยู่ในโหมดสูญหาย เพียงเท่านี้มันก็จะนำเราไปยังหน้าเว็ปไซต์ found.apple.com เพื่อให้ข้อมูลของเจ้าของ AirTag เพิ่มเติม

สำหรับข้อมูลที่เราจะเห็นนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าของจะระบุอะไรไว้บ้าง เช่น ข้อความ, เบอร์ติดต่อ หรืออีเมล

แต่สิ่งที่ควรทราบไว้ก็คือ AirTag ไม่มี Wi-Fi และ Cellular ทำให้เมื่อเจ้าของเข้าสู่โหมดสูญหายแล้วนั้นจำเป็นจะต้องมี iPhone ที่อยู่ในละแวกนั้นๆส่งข้อมูลไปให้ AirTag รู้ว่าตัวเองต้องอยู่ในโหมดสูญหาย โดยหากมีคนที่ใช้สมาร์ทโฟน Android ไปพบ AirTag เข้าก่อน ก็อาจจะทำให้ AirTag ยังไม่อยู่ในโหมดสูญหาย และไม่สามารถใช้ NFC เพื่อดูข้อมูลของเจ้าของได้นั่นเอง

6. เราจะรู้เมื่อมี AirTag แอบติดตามเราอยู่

Apple ใส่ฟีเจอร์เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวเข้ามาใน AirTag ด้วยเช่นกัน โดยเมื่อมี AirTag ที่เราไม่รู้จักกำลังเดินทางไปกับเราโดยที่เจ้าของไม่ได้อยู่ด้วยนั้น เราจะได้รับการแจ้งเตือนว่ามี AirTag ที่คุณไม่รู้จักกำลังเดินทางไปกับคุณ

และเมื่อเราได้รับการแจ้งเตือนแล้ว แต่หา AirTag ตัวนั้นไม่เจอ เราก็สามารถที่จะสั่งให้มันเล่นเสียงผ่านแอป Find My ได้

7. ปิด Safety Alert สำหรับ AirTag ที่รู้จักได้

หากมี AirTag ของคนที่เรารู้จักติดตามมาและเจ้าของไม่ได้อยู่ด้วย เช่นการยืมของของเพื่อนมาโดยมี AirTag ติดมาด้วย และรู้ว่า AirTag นี้ไม่เป็นอันตราย เราก็สามารถที่จะปิดการแจ้งเตือนความปลอดภัยได้ผ่านแอป Find My โดยมันจะไม่แจ้งเตือนว่า AirTag ตัวนั้นกำลังติดตามเราอยู่เป็นเวลา 1 วัน

แต่หากมีการใช้งาน Family Sharing ภายในครอบครัวเดียวกันอยู่ ก็สามารถที่จะปิดการแจ้งเตือนความปลอดภัยแบบไม่กำหนดระยะเวลาได้ เพื่อให้คนในครอบครัวเดียวกันสามารถยืมของใช้ซึ่งกันและกันได้โดยไม่มีการแจ้งเตือนว่ากำลังถูกติดตาม

8. ปิดการใช้งาน AirTag ที่ไม่ใช่ของเราได้

หากเราได้รับการแตือนว่ามี AirTag ที่ไม่รู้จักกำลังเดินทางไปกับเราอยู่โดยที่เราไม่รู้จัก AirTag นั้นๆ เราก็สามารถที่จะปิดการใช้งานของ AirTag ตัวนั้นได้ผ่านแอป Find My และมันก็จะหยุดการแชร์ตำแหน่งทันที

อย่างไรก็ตาม Apple ไม่ได้แจ้งว่า AirTag ที่ถูกปิดใช้งานนี้จะเป็นอย่างไรต่อ เพราะหากเจ้าไม่ได้ตั้งใจติดตามแต่เพียงแค่ทำหาย ก็อาจจะโดนปิดการใช้งาน AirTag ไปโดยที่เจ้าของไม่สามารถติดตามตำแหน่งได้อีก

9. AirTag ไม่ใช่อุปกรณ์กันขโมย

Apple ไม่ได้โฆษณา AirTag ว่าเป็นอุปกรณ์สำหรับกันขโมย เนื่องด้วยเหตุผลที่มันไม่เหมาะกับวัตถุประสงค์นี้เลย

AirTag นั้นสามารถถูกปิดการใช้งานได้ง่ายมากๆเพียงแค่มิจฉาชีพโยน AirTag ทิ้ง, ถอดแบต หรือทำลาย เพียงเท่านี้ก็จะสามารถหลีกหนีการติดตามได้แล้ว

10. มีการเข้ารหัสตลอดเวลา

ปกติแล้วเมื่อมีการเชื่อมต่อบลูทูธไปยังอุปกรณ์อื่นๆ มันก็จะมีการส่ง ID ไปด้วย, โดยถึงแม้ว่า ID นี้จะไม่มีข้อมูลส่วนตัว แต่สำหรับคนที่เราใช้บลูทูธกับเราเป็นประจำนั้นก็พอที่จะสามารถรู้ได้ว่า ID นี้เป็นของใคร

Apple จึงได้สร้างเครือข่าย Find My ที่จะทำการเข้ารหัส ID แบบสุ่มเอาไว้เพื่อไม่ให้คนอื่นสามารถระบุได้ว่า AirTag ตัวนี้เป็นของใครเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้นั่นเอง

11. ทำงานร่วมกับ Voice Over

Apple ใส่ฟีเจอร์การช่วยการเข้าถึงสำหรับ AirTag เข้ามาด้วย เพื่อช่วยให้ผู้พิการสามารถค้นหาสิ่งของด้วย AirTag ได้ง่ายขึ้น

โดยมันสามารถทำงานร่วมกับ Voice Over ที่สามารถพูดทิศทางของ AirTag ออกมาให้ได้ยินเมื่ออยู่ในโหมด “ตำแหน่งที่ตั้งจริง” เช่น Airtag อยู่ห่างออกไป 20 ฟุตทางด้านขวา

12. ไม่สามารถสลักคำที่ไม่เหมาะสมได้

เมื่อเราทำการสั่งซื้อ AirTag ผ่าน Apple Online Store เราสามารถที่จะเลือกสลักข้อความหรืออิโมจิต่างๆเพื่อเพิ่มลูกเล่นให้กับ AirTag ของเราให้แตกต่างจากคนอื่นได้

แต่อย่างไรก็ตามเราไม่สามารถที่จะใส่ข้อความหรืออิโมจิที่ไม่เหมาะสมลงบน AirTag ได้


และทั้งหมดนี้ก็คือสิ่งที่ควรทราบเกี่ยวกับ AirTag ก่อนที่จะทำการสั่งซื้อ โดย AirTag จะเปิดให้สั่งซื้อแล้ววันนี้ ในราคา 990 บาทสำหรับ 1 ชิ้นและ 3,390 บาทสำหรับ 4 ชิ้น และสามารถสั่งซื้อได้ที่ Apple Online Store

ที่มา – iDROPNEWS

Click to comment
guest
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments
To Top